สำหรับคนที่ต้องเดินทางไปทำงาน ใช้ชีวิต หรือ เที่ยว โดยอยู่นอกสถานที่นานๆ อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลย คือ แบตเตอรี่สำรอง หรือ พาวเวอร์แบงค์ (Power Bank) ซึ่งบางทีเราก็ไม่ได้มีแค่มือถือเครื่องเดียวด้วยสิ อาจจะมีแท็ปเล็ต แล็ปท็อปด้วย ดังนั้น เรามาดูวิธีเลือก Power Bank มาใช้งานให้เหมาะกับอุปกรณ์ต่างๆ ของเรากันเถอะ

สำรวจอุปกรณ์ที่เราต้องใช้งานนอกสถานที่
แต่ละคนมีไลฟสไตล์การใช้อุปกรณ์ที่ต้องชาร์จไม่เหมือนกัน บางคนสามารถใช้มือถืออย่างเดียว สามารถใช้งานได้ทุกอย่าง แต่บางคนจำเป็นต้องนำแท็ปเล็ต แล็ปท็อป กล้องถ่ายรูป โดรน ไปใช้งานนอกสถานที่ด้วย
ดังนั้น เราต้องดูว่าอุปกรณ์ที่เราต้องนำไปใช้งานนอกสถานที่มีอะไรบ้าง แล้วดูว่าความจุของแบตเตอรี่ของอุปกรณ์เหล่านั้นรวมกันเป็นเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้นำไปเลือกความจุของพาวเวอร์แบงค์กันต่อ

ความจุของ พาวเวอร์แบงค์
เมื่อเรารู้แล้วว่าอุปกรณ์พกพาที่เราจำเป็นต้องใช้งานนอกสถานที่มีอะไรบ้าง และได้รวมความจุของแบตเตอรี่มาแล้ว เช่นตัวอย่างคร่าวๆ มีมือถือ แท็ปเล็ต แล็ปท็อป มีความจุ 5,000mAh, 7,000mAh, 12,000mAh ตามลำดับ รวมเป็น 24,000mAh ดังนั้นถ้าคำนวณแบบง่ายๆ เราต้องหาพาวเวอร์แบงค์ที่มีความจุ 24,000mAh เพื่อให้สามารถชาร์จไฟกับอุปกรณ์ 3 อย่างนี้ได้เต็ม 1 ครั้ง แต่ถ้าเรามองว่าไม่จำเป็นต้องชาร์จให้เต็มทุกอุปกรณ์ เราสามารถคำนวณลดความจุลงมาได้ เช่น เราประเมินว่าจะออกไปทำงานไม่นาน เราใช้พาวเวอร์แบงค์ที่มีความจุครึ่งหนึ่งซึ่งเท่ากับ 12,000mAh ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ซึ่งจะช่วยให้เราประหยัดได้ทั้งเงินในการซื้อพาวเวอร์แบงค์ และได้พาวเวอร์แบงค์ที่มีน้ำหนักไม่มากในการพกพาได้สะดวกอีกด้วย

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องเดินทางขึ้นเครื่องบิน เค้ามีกฎให้เราใส่ใจกันตามนี้
- ห้ามนำ Power Bank ใส่กระเป๋าเดินทางโหลดใต้เครื่อง แต่ใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้
- Power Bank ที่ใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องต้องมีขนาดความจุไฟฟ้าไม่เกิน 32,000 mAh
- Power Bank ความจุไฟฟ้า 20,000 mAh (หรือน้อยกว่า 100 Wh) สามารถนำขึ้นเครื่องได้ (ไม่มีการระบุจำนวน)
- Power Bank ความจุไฟฟ้า 20,000-32,000 mAh (หรือระหว่าง 100-160 Wh) นำขึ้นบนเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน
- Power Bank ขนาดความจุไฟฟ้ามากกว่า 32,000 mAh (หรือมากกว่า 160 Wh) ไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องในทุกกรณี
ช่องเสียบ ของพาวเวอร์แบงค์
ปัจจุบันอุปกรณ์พกพาส่วนใหญ่จะมีช่องเสียบหรือพอร์ตแบบ USB-C (Universal Serial Bus Type-C) เพื่อรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์พกพากับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ เช่น คีย์บอร์ด เครื่องพิมพ์ กล้องดิจิทัล รวมทั้งพาวเวอร์แบงค์
USB-C เป็นมาตรฐานใหม่ที่มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล จ่ายพลังงานไฟฟ้าได้เร็วแรง รวมทั้งสามารถเสียบสายได้ทั้งสองด้านเหมือนกับมาตรฐาน Lightning ของ Apple ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน และมีประสิทธิภาพสูงมาก
หากอุปกรณ์พกพาของเราไม่ว่าจะเป็นมือถือ แท็ปเล็ต ใช้ช่องเสียบแบบ USB-C ถ้าจะให้ดีเราควรหาพาวเวอร์แบงค์ที่มีช่องเสียบ USB-C เหมือนกัน เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน จะได้ไม่ต้องหาที่แปลงหัวเสียบ (USB Adapter)
แต่สำหรับคนที่ยังมีสายข้างหนึ่งที่เป็น USB-A และอีกข้างหนึ่งเป็น USB-C ในปัจจุบัน Power Bank ส่วนใหญ่ยังมีช่องจ่ายไฟออก (Output) แบบ USB-A รวมอยู่ด้วย ก็จะสามารถใช้ได้ทั้งสายหัว USB-C แบบ 2 ด้าน หรือแบบ 1 ด้าน

เทคโนโลยีชาร์จเร็ว
การเลือกพาวเวอร์แบงค์ที่ใช้เทคโนโลยีชาร์จเร็ว จะช่วยทำให้เราใช้เวลาในการชาร์จน้อยลง ซึ่งสะดวกสบายมากๆ เลย สำหรับคนที่ต้องนำอุปกรณ์พกพาไปใช้งานนอกบ้าน เทคโนโลยีชาร์จเร็วมีหลายมาตรฐาน เช่น Quick Charge (พัฒนาโดย Qualcomm), Power Delivery (พัฒนาโดยหลายหน่วยงาน), SuperCharge (พัฒนาโดย Huawei), VOOC Flash Charge (พัฒนาโดย OPPO)
การเลือกเทคโนโลยีชาร์จเร็ว ควรเลือกมาตรฐานที่อุปกรณ์พกพาของเรารองรับ สำหรับแอดมิน MewMewMew ใช้อุปกรณ์พกพาเยอะมากทั้งมือถือ แท็ปเล็ต แล็ปท็อป ไมค์ไร้สาย ทำให้เลือกใช้เทคโนโลยี Power Delivery เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่จ่ายไฟได้สูงถึง 100W ชาร์จได้พร้อมกันหลายอุปกรณ์เลยล่ะ

นอกจาก 4 ข้อสำคัญในการเลือก Power Bank มาใช้งานแล้ว ยังมีอีกข้อที่ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนเลย คือ แบรนด์และดีไซน์ อย่างแบรนด์มีให้เลือกมากมาย เช่น Energea, Aukey, Anker, Eloop, Momax, Remax, Hoco และ Belkin เป็นต้น
ทาง MewMewMew ขอแนะนำให้เลือกแบรนด์ที่ผลิตสินค้ามีคุณภาพ เราจะได้ใช้งาน Power Bank ได้อย่างสบายใจปลอดภัยนะเหมียวววว